บทความ > ค่า MST คืออะไร?

เมื่อน้ำยางได้รับแรงทางกล (ปั่น หรือกวน) น้ำยางที่เสถียรจะไม่จับตัวเป็นก้อน
ตรงกันข้ามน้ำยางที่ไม่เสถียร จะรวม และจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย
ค่า MST (Mechanical Stability Time) คือ ค่าความเสถียรทางกลของน้ำยาง มีหน่วยเป็นวินาที สามารถหาได้โดยวัดระยะเวลาที่เริ่มปั่น หรือกวนน้ำยางจนกระทั่งสังเกตเห็นน้ำยางเริ่มจับตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ อิทธิพลทางกลที่ส่งผลต่อความเสถียรภาพของน้ำยางนั้น เช่น การกวน การปั๊ม การเคลื่อนย้าย หรือการกระทำทางกลโดยวิธีอื่นๆ เป็นต้น โดยที่ ค่า MST สูง จะบ่งชี้ว่า น้ำยางมีความเสถียรต่ออิทธิพลทางกลได้สูง (อนุภาคยางจับตัวเป็นก้อนยาก เมื่อได้รับแรงทางกล) แต่ถ้า ค่า MST ต่ำ แสดงว่า น้ำยางนั้นสูญเสียความเสถียรต่ออิทธิพลทางกลได้ง่าย (อนุภาคยางจับตัวเป็นก้อนง่าย เมื่อได้รับแรงทางกล)
ผู้ซื้อ หรือผู้ขายน้ำยางใช้ค่า MST เป็นเกณฑ์
เพื่อตรวจสอบคุณภาพในห้องทดลองก่อนส่งมอบสินค้า

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า MST


  • โลหะแมกนีเซียม (Mg) ถ้าปริมาณ Mg สูง จะทำให้ค่า MST ลดลง ยางจะเสียความเสถียร และจับตัวเป็นก้อน (Coagulation) ได้ง่าย  ซึ่งจะกำจัด Mg โดยการตกตะกอนด้วยสารไดไฮโดรเจนแอมโมเนียมฟอสเฟต (Dihydrogen Ammonium Phosphate, DAP)
  • การเติมสบู่ในรูปของแอมโมเนียมลอเรต (Ammonium Laurate) เพื่อเพิ่มค่า MST ให้สูง ทั้งนี้ปริมาณแอมโมเนียมลอเรต ก็ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะถ้าหากมีการเติมมากเกินไปอาจจะส่งผลให้น้ำยางเสถียรมากเกินไป  และทำให้ความตึงผิวของน้ำยางลดลงอย่างมาก  จนเกิดปัญหาการเกิดฟองอากาศได้ง่าย และน้ำยางไม่ติดพิมพ์ ซึ่งจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาการรั่ว และยางไม่สุก (Undercure) กับผลิตภัณฑ์จุ่มพิมพ์
  • การเก็บรักษาน้ำยาง โดยปกติควรเก็บน้ำยางที่อุณหภูมิ  25 ºC ไม่ควรเก็บในที่เย็น หรือร้อนจนเกินไป
  • ปัจจัยอื่น ๆ เช่น แหล่งที่มาของน้ำยาง ฤดูกาล อายุ และสารเคมีที่เติมในน้ำยาง เช่น ZnO/TMTD เป็นต้น

ความสำคัญของค่า MST


ค่า MST เป็นค่าที่แสดงถึงความเสถียรเชิงกลของน้ำยาง ซึ่งบ่งบอกว่าน้ำยางที่นำมาทดสอบนี้มีคุณภาพดีหรือไม่ และสามารถคงสภาพได้นานแค่ไหน การตรวจสอบคุณภาพของน้ำยางด้วยการหาค่า MST นั้นเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขายน้ำยาง

ความไม่เสถียรของน้ำยาง


การที่น้ำยางเกิดจับตัวเป็นก้อนหรือตะกอนนั้น แสดงถึงการสูญเสียสภาพคอลลอยด์และความสามารถในการคงสภาพเดิม (Destability) ของแต่ละอนุภาคในน้ำยาง พยายามจับตัวกับอนุภาคข้างเคียง เพื่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และพื้นที่ผิวมีขนาดเล็กลง คล้ายกับฟองสบู่ที่พยายามรวมตัวกันให้มีฟองขนาดใหญ่ขึ้นจะได้มีความเสถียรเพิ่มขึ้น

    ภาพแสดงลักษณะของน้ำยางที่ไม่เสถียรในรูปแบบต่าง ๆ

    ภาพจริงแสดงตัวอย่างการจับตัวของน้ำยางแบบ Flocculation
    ที่มา: Lai, Chan (1), Chan (2), Goh, & Wong (2017)

    น้ำยางที่ไม่เสถียรจะมีลักษณะการจับตัวเป็นก้อนได้ 3 แบบ ดังนี้

    1. จับตัวแบบ Coagulation เป็นการจับตัวเป็นก้อนใหญ่ ๆ แยกตัวออกจากชั้นน้ำ
    2. จับตัวแบบ Flocculation จะเป็นการจับตัวเป็นตะกอนเม็ดยางเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่ในน้ำยาง
    3. จับตัวแบบ Gelation เกิดจากน้ำยางมีความหนืดเพิ่มขึ้น จนในที่สุดก็จับตัวทั้งก้อนเต็มภาชนะ

    หลังจากที่เราทราบถึง นิยาม ความหมาย และความสำคัญของค่า MST แล้ว บทความต่อไปจะกล่าวถึง ขั้นตอน และวิธีการหาค่า MST ว่าทำอย่างไร?

    สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมของเครื่อง Latex MST

    เอกสารอ้างอิง (Reference): 

    • บทที่ 2 ทฤษฎีความเสถียรน้ำยาง (Latex Stability). (2549). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
    • สมกิต ชื่นอารมณ์. (2557).  ความเสถียรและไม่เสถียรของน้ำยาง.  สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2564, จาก https://rubberdigest.com/?p=110
    • Lai, W. K., Chan, K. S., Chan, C. S., Goh, K. M., & Wong, J. K. R. (2017).  Feature Extraction for the Identification of Two-Class Mechanical Stability Test of Natural Rubber Latex.  Springer International Publishing. 513-522.
    © Copyright 2023 pml-marketing.com All Rights Reserved